เลเซอร์หน้าใสคืออะไร? เหมาะกับใคร ทำเลเซอร์หน้าใสที่ไหนดี
หากใครที่กำลังประสบปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ มีฝ้า กระ และจุดด่างดำ ที่เกิดจากสภาพอากาศหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เลเซอร์หน้าใสเป็นหนึ่งทางเลือกที่ปลอดภัยและเห็นผลเร็ว
ทว่าเลเซอร์หน้าใสคืออะไร มีกี่แบบ แล้วควรเลือกทำเลเซอร์หน้าใสแบบไหนดี มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ และควรทำเลเซอร์หน้าใสที่ไหน หาคำตอบในบทความนี้ค่ะ
เลเซอร์หน้าใส คืออะไร
เลเซอร์หน้าใส คือ การรักษาผิวหน้าโดยใช้พลังงานคลื่นแสงที่มีความเข้มข้นสูงยิงเข้าไปยังใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อทำลายเม็ดสีเมลานินและเพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าที่แห้งกร้านให้กลับมาสุขภาพดี ส่งผลให้ผิวหน้าเรียบเนียน กระจ่างใส ไร้ความหมองคล้ำ และสีผิวแลดูสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
นอกจากนี้เลเซอร์หน้าใสยังช่วยเรื่องลดเลือนริ้วรอยและกระชับรูขุมขุน อีกทั้งยังสามารถลบรอยแดง จุดด่างดำ ฝ้า กระ รวมถึงรอยสักได้อีกด้วย
เลเซอร์หน้าใสมีกี่แบบ
ปัจจุบันนวัตกรรมเลเซอร์หน้าใสมีให้เราเลือกใช้หลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีหลักการทำงานที่ต่างกัน ทำให้เลเซอร์หน้าใสแต่ละชนิดจะตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้ต่างกันด้วย โดยเลเซอร์หน้าใสที่ได้รับความนิยม มีดังนี้
Q-Switch Laser
Q-Switch Laser เป็นเลเซอร์หน้าใสที่ปล่อยพลังงานคลื่นแสงระยะสั้นระหว่าง 532-1,064 นาโนเมตร ซึ่งทำงานได้ดีในผิวหนังชั้นตื้นและลึก ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังโดยรอบ เมื่อคลื่นแสงนี้เข้าสู่เซลล์ผิว จะเข้าไปกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินแตกตัว และถูกดูดซับได้ดีในเม็ดสีดำ สีน้ำเงิน สีแดง สีส้ม และสีเขียว จึงเหมาะสำหรับการลบรอยแดง ปานแดง กระแดด ฝ้า และรอยสัก อีกทั้ง Q-Switch Laser ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบนผิวหน้าแลดูจางลง
เลเซอร์หน้าใสชนิดนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีถึง 80% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และควรทำซ้ำ 3-6 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 1-2 เดือน นอกจากนี้เลเซอร์หน้าใสแบบ Q-Switch Laser ยังไม่ปรากฏผลข้างเคียงใด ๆ ที่ร้ายแรง เพียงแต่จะมีอาการแสบร้อนบริเวณที่ทำ ซึ่งจะหายไปเองภายใน 30-60 นาที
Fractional Co2 Laser
Fractional Co2 Laser เลเซอร์หน้าใสที่นำหลักการของ Fractional Photothermolysis (FP) หรือการรักษาผิวทีละจุดมาใช้ โดยยิงลำแสงอนุภาคเล็กเป็นจุดเล็ก ๆ เรียงกัน เพื่อไม่ให้รบกวนเนื้อเยื่อรอบ ๆ เลเซอร์หน้าใสชนิดนี้มีความยาวคลื่นแสงอยู่ที่ 10,600 นาโนเมตร ทำให้มีความแม่นยำสูง และสามารถทะลุเข้าไปยังชั้นผิวหนังที่ความลึกพอดี ทำให้ความร้อนเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการให้หลุดลอกออกไปโดยที่เลือดไม่ออก และผลัดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน
เลเซอร์หน้าใสชนิดนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาหลุมสิว ผิวหน้าขรุขระเป็นหลุมบ่อ รวมถึงผู้ที่ต้องการกำจัดกระเนื้อ ไฝ ไฝนูน ขี้แมลงวัน สิวหัวตันปิด หูด หรือติ่งเนื้องอก อีกทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนและกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ใบหน้าเรียบเนียน ไร้ริ้วรอย อย่างไรก็ตามหากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา โดยเฉพาะยาชา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการรักษา
E-Matrix Laser
E-Matrix Laser นวัตกรรมเลเซอร์หน้าใสที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงยิงเข้าสู่เซลล์ผิว โดยคลื่นวิทยุจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนและกระจายลงลึกเหมือนหยดน้ำในชั้นผิว ทำให้สามารถซ่อมแซมเซลล์ผิวในระดับลึกและบริเวณกว้าง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนตรงผิวชั้นใน ทำให้ผิวหน้ากระชับ มีความยืดหยุ่น ส่งผลให้ผิวหน้าที่เคยเป็นหลุมบ่อหรือขรุขระสามารถเรียบเนียนกระจ่างใสได้
E-Matrix Laser เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องรอยหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง และต้องการลดเลือนริ้วรอย สามารถทำได้กับคนทุกสภาพผิว ซึ่งผลข้างเคียงหลังทำ ผิวหน้าจะเป็นรอยชมพูถึงแดงจัด อาจเกิดอาการบวมเล็กน้อย มีจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 5-10 วัน
IPL (Intense pulse light)
IPL คือ เลเซอร์หน้าใสที่ใช้พลังงานคลื่นแสงระยะกว้าง มีลักษณะคล้ายแฟลช มีผลให้พลังงานแสงที่ถูกปล่อยออกมากระจายตัวได้ทั่วบริเวณและไม่เข้มข้นจนเกินไป เลเซอร์หน้าใสชนิดนี้จะอ่อนโยนกับผิว ไม่ทำให้เจ็บหรือระคายเคือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดรอยดำ กระตื้น ริ้วรอยตื้น หรือรอยสิว รวมถึงฟื้นฟูผิวหน้าให้มีสุขภาพดี ลดการเกิดสิว และกระชับรูขุมขน
ทั้งนี้ IPL เป็นเลเซอร์หน้าใสที่มีความเข้มข้นน้อย จึงเป็นมิตรกับทุกสภาพผิว และเกิดผลข้างเคียงน้อย อาจมีบางรายที่เกิดผื่น หน้าแห้ง หรือลอกเป็นขุย ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์
Dual Yellow Laser
Dual Yellow Laser เป็นนวัตกรรมเลเซอร์หน้าใสที่ใช้ระบบเลเซอร์ 2 สีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาผิวหน้า โดยแสงสีเหลืองจะมีความยาวคลื่น 578 นาโนเมตร ซึ่งดูดซับได้ดีในฮีโมโกลบิน จึงช่วยรักษาในเรื่องของรอยแดง ปานแดงได้ดี ส่วนแสงสีเขียวมีความยาวคลื่น 511 นาโนเมตร จะดูดซับได้ดีในเม็ดสีเมลานิน ช่วยรักษาเกี่ยวกับความผิดปกติของเม็ดสี เช่น กระ ฝ้า จุดด่างดำ หรือรอยแผลเป็น เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเลเซอร์ 2 สีนี้ทำงานร่วมกัน ก็จะทำให้แก้ปัญหาบนผิวหน้าได้อย่างตรงจุดและครอบคลุม
สำหรับ Dual Yellow Laser เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดเลือนรอยแดงจากสิว รอยเส้นเลือดฝอย ไฝแดง ปานแดง จุดด่างดำ หรือรอยแผลเป็นสีดำต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่ต้องการลบรอยตีนกา ร่องใต้ตา และร่องแก้มในระดับตื้นอีกด้วย เลเซอร์หน้าใสชนิดนี้ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย ไม่ตกสะเก็ด แต่อาจจะมีรอยอมชมพูเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
เมื่อรู้จักกันแล้วว่าเลเซอร์หน้าใสมีกี่แบบ หลายคนคงสงสัยว่า แล้วควรเลือกเลเซอร์หน้าใสแบบไหนดี? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวหน้าของแต่ละคนนั่นเอง ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับปัจจัยต่าง ๆ ของคนไข้
ข้อดีและข้อเสียของเลเซอร์หน้าใส
เพื่อประกอบการตัดสินใจทำเลเซอร์หน้าใส เราควรรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของการทำเลเซอร์หน้าใสก่อน ซึ่งมีดังนี้
ข้อดีของเลเซอร์หน้าใส
เลเซอร์หน้าใสมีข้อดีหลายรูปแบบ โดยสามารถช่วยเรื่องต่างๆ ดังนี้
- ช่วยจัดการปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยหลุมสิว ไฝ ริ้วรอย หรือการกระชับรูขุมขน
- การทำเลเซอร์หน้าใสยังใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และเห็นผลหลังจากทำเพียงไม่กี่ครั้ง
- ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย จึงทำให้เป็นที่นิยมของคนทั่วไป
ข้อเสียของเลเซอร์หน้าใส
แม้ว่าเลเซอร์หน้าใสจะมีข้อดีที่น่าสนใจ แต่ก็ยังมีข้อเสียเล็กน้อย ดังนี้
- หลังทำเลเซอร์บางชนิดอาจต้องมีระยะการพักฟื้น เพราะผิวหลังทำเลเซอร์อาจจะบางและไวต่อแสงแดด
- เลเซอร์บางชนิดยังทำให้ผิวหนังตกสะเก็ด ดังนั้นหลังทำเลเซอร์หน้าใสอาจต้องงดออกแดด หรือไปในที่กลางแจ้งสักระยะหนึ่ง ซึ่งทั่วไปจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์
เลเซอร์หน้าใส เหมาะกับใครบ้าง
การทำเลเซอร์หน้าใสเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เพราะมีความปลอดภัยและแก้ปัญหาได้ตรงจุด สำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหาจุดด่างดำ ตลอดจนวัยผู้ใหญ่ที่ต้องเผชิญกับปัญหารอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อย และมีฝ้ากระ เลเซอร์หน้าใสจะช่วยคุณรักษาปัญหากวนใจเหล่านี้ให้หายไป เว้นแต่บุคคลดังต่อไปนี้
- สตรีมีครรภ์และกำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่มีเป็นโรคเกี่ยวกับผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน หรือผู้ที่มีแผลสด สิวอักเสบ เป็นต้น
เลเซอร์หน้าใส ราคาเท่าไหร่ ทำที่ไหนดี
สำหรับเลเซอร์หน้าใสราคาทั่วไปจะอยู่ที่ 3,000-3,500 บาทต่อครั้ง โดยขึ้นอยู่กับชนิดของเลเซอร์ที่เลือกรักษา จำนวนช็อตที่ใช้ยิง และความทันสมัยของเครื่องมือ
ทั้งนี้การเลือกทำเลเซอร์หน้าใสที่ไหนดี ควรศึกษารายละเอียดของสถาบันความงามนั้น ๆ อย่างละเอียด ว่าสถาบันนั้นน่าเชื่อถือและผ่านการรับรองหรือไม่ ใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพหรือเปล่า รวมถึงมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและเป็นผู้ทำการรักษาหรือไม่ นอกจากนี้ควรดูรีวิวทำเลเซอร์หน้าใสจากหลาย ๆ แหล่งที่เป็นกลาง เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกด้วย
ข้อสรุป
การทำเลเซอร์หน้าใส คือ การใช้พลังคลื่นแสงแก้ไขปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำได้อย่างตรงจุด โดยมีให้เลือกใช้หลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวหน้าของแต่ละคน
ทั้งนี้ การเลือกทำเลเซอร์หน้าใสที่ไหนดี ควรศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจ ส่วนใครที่มีปัญหาหน้าหมองคล้ำแล้วอยากทำเลเซอร์หน้าใส ที่ Aya Clinic เรามีเครื่องมือที่ทันสมัยได้มาตรฐาน ทั้งยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาตลอดการรักษาสนใจแอดไลน์ @ayaclinic หรือเบอร์โทรศัพท์ 090–970-0447 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสามารถนัดหมายได้ทันที

































